ผีจ้างหนัง คำชะโนด

ผีจ้างหนัง คำชะโนด

สัมผัสประสบการณ์หลอนจากตำนานที่น่าขนลุกกับเรื่องราว ในปี พ.ศ. 2532 ได้จ้างหนังมาฉายที่คำชะโนด เจ้าของภาพยนตร์ได้รับเงิน ไปที่แผนที่ในวันที่นัดหมายในตอนเย็น และพวกเขาประหลาดใจ เพราะที่นั่นไม่มีคนอยู่แม้แต่คนเดียว และยังมีเหตุการณ์ที่น่าสยดสยองที่ไม่สามารถลืมได้ จึงได้มีการฉายภาพยนตร์ในภาพยนตร์เรื่อง “ผีจ้างหนัง” เรื่องราวจะเป็นอย่างไรมาอ่านไปพร้อมกัน บอกเลยว่าห้ามพลาด

ผีจ้างหนัง

เรื่องเล่า ผีจ้างหนัง ที่คำชะโนด

ในปี พ.ศ. 2532 ธงชัย แสงชัย เจ้าของบริษัทเครื่องหนัง เล่าว่า มีคนจ้างให้ไปฉายหนังกลางงานวัด ที่หมู่บ้านวังทอง แถวป่าคำชะโนด ด้วยเงิน 4,000 บาท แต่มีข้อแม้ต้องฉายหนังถึงตี 4 ของวันใหม่ และต้องออกจากหมู่บ้านก่อนรุ่งสาง โดยไม่หันหลังกลับไปมอง โดยหลังจากฝากเงินเรียบร้อยแล้ว เจ้าของหนังก็เตรียมอุปกรณ์ขนสัมภาระไปด้วย หนังที่จะฉาย กับลูกน้องอีก 4 คน รวม 5 คน บรรทุกรถ 6 ล้อมีหลังคา ออกจากจังหวัดไปตอนบ่ายแก่ๆ ถึงป่าคำชะโนด มันเริ่มมืด

ระหว่างทางตามที่นายจ้างบอก มองไม่เห็นหมู่บ้านหรือคนที่จะมารับเขา เลยรู้สึกหลงทาง ระหว่างจอดรถไม่ว่าจะกลับหรือไม่กลับมีสตรีชุดดำสองคนร้องให้พาไปวัด คนขับที่เป็นเจ้าของภาพยนตร์เรื่องนี้มารับรถ แต่คุณสงสัยว่าสองคนนี้มาจากไหนในความมืดแบบนี้ พวกเขาไม่มียานพาหนะเลย

เมื่อเขาขับรถเข้าไปในหมู่บ้าน เขาก็ยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก ทำไมไม่มีเสียงลำโพงออกมาจากงานวัด, ไม่มีเสียง, หมอลำ หรือการละเล่นใดๆ? พอไปถึงหมู่บ้านก็มีคนมารับ แต่แปลกที่ทุกคนใส่เสื้อขาวดำ ถ้าผู้ชายใส่ชุดขาว ผู้หญิงชุดดำยังดูโดดเด่นกว่าเด็กด้วยซ้ำ แต่น่าแปลกที่ทุกคนจะทาหน้าให้ขาวเหมือนทาครีมทาหน้า

เมื่อเราไปถึงที่นั่น ทุกคนก็เริ่มตั้งค่าหน้าจอ เดินสายไฟ และเปิดเครื่องปั่นไฟ ระหว่างขั้นตอนการติดตั้ง คนเริ่มเห็นคนมาดูหนัง แต่จะแยกชายหญิงอย่างชัดเจนไม่นั่งด้วยกัน และโดยปกติในงานวัดจะมีคนขายน้ำขายถั่วขายปลาหมึกย่าง แต่ที่นี่ไม่มีพ่อค้า เมื่อการติดตั้งเสร็จสิ้น ภาพยนตร์จะเริ่มขึ้น มีหนังเข้าฉายทั้งหมด 4 เรื่อง ภาคแรกเป็นหนังสงคราม เรื่องที่สองเป็นหนังแอคชั่น คอมเมดี้ เรื่องที่ 3 และเรื่องที่ 4 เป็นหนังผี แต่ไม่มีใครหัวเราะหรือแสดงอารมณ์ใด ๆ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะแสดงที่ใด คนจะหัวเราะเสมอ

จนถึงจุดเริ่มต้นของหนังเรื่องที่สามที่เป็นหนังผี สังเกตพฤติกรรมของผู้ชมและเริ่มให้ความสนใจ แม้ว่าบรรยากาศในตอนนั้นจะเป็นเวลาเที่ยงคืน แต่ก็ดูน่ากลัวมาก ระหว่างนั้นเจ้าภาพก็จัดโจ๊กชามเล็กให้ทีมงานโปรเจ็กต์ภาพยนตร์กิน ทีมงานเห็นแล้วอาย มีเพียงข้าวต้มสีซีด เนื้อชิ้นเล็กๆแต่เพื่อไม่ให้ท้อใจจึงร่วมทีมรับประทานอาหารร่วมกัน กลายเป็นโจ๊กที่อร่อยที่สุดที่ฉันเคยกินมา

หลังจากการฉายภาพยนตร์จบลงจนถึงตี 2 ผู้คนก็แยกย้ายกันไป ทันใดนั้นทุกอย่างก็พังทลาย ไม่เหลือใคร ทีมงานเก็บอุปกรณ์ไว้ในรถ โดยมีผู้หญิงสองคนขับรถออกไป ก่อนอำลาเขาจ่ายค่าจ้างส่วนที่เหลือซึ่งเป็นเหรียญทั้งหมด พอออกมาส่งถึงปากซอย ผู้หญิงสองคนก็ลงจากรถ ทันทีที่รถสตาร์ท คนขับซึ่งเป็นเจ้าของภาพยนตร์ก็หันหลังกลับและไม่เห็นผู้หญิงสองคนอีกต่อไป

หลังจากกลับมาที่บริษัท ธงชัย เกิดความสงสัย ดังนั้นเขาจึงตรวจสอบประวัติกับนายจ้างที่ให้สำเนาเมื่อวางเงินมัดจำ ฉันพบว่าชื่อนี้มีอยู่จริง แต่เขาบอกว่าไม่เคยจ้างใครมาฉายหนังตามวันและเวลาที่เขาบอก เมื่อสงสัยจึงไปถามเจ้าอาวาสวัดที่ฉายหนังเรื่องนี้ เจ้าอาวาสบอกว่าวันนั้นทางวัดไม่มีงาน แต่เจ้าอาวาสบอกเมื่อคืนว่าเจ้าของหนังมาบอกว่ามีการฉายหนัง ในป่าคำชะโนดจะมีเสียงแหลม ราวกับพายุเข้า แม้ว่าคืนนั้นจะไม่มีลมแรงพัดมาจากที่ใด ซึ่งก็เป็นเรื่องเล่าสุดหลอน ที่เล่าปากต่อปากกันมาจนถึงทุกวันนี้….

แนะนำ : หมู่บ้านสยอง ลัดดาแลนด์
credit : ป๊อกเด้ง 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น